แนะนำและรีวิว Zortrax M300 Plus ยกระดับให้ใช้งานได้ง่ายขึ้น/ระบบหน้าจอสัมผัส/เชื่อมต่อ Wi-Fi ได้

Septillion WebmasterZortrax, Zortrax, ข่าวสาร, รีวิวสินค้า

จากเครื่องพิมพ์ 3 มิติ Zortrax M300 ได้พัฒนาต่อมาเป็น M300 Plus เพื่อการทำงานที่ลื่นไหลและใช้งานได้ง่ายขึ้น ด้วยเทคโนโลยีการพิมพ์แบบ Fused Deposition Modeling (FDM) ซึ่งได้รับการการันตีคุณภาพมาแล้วจากทั่วโลก การอัปเกรดนี้จะมีอะไรน่าสนใจบ้าง วันนี้เราจะมารีวิวให้ดูกันครับ
คุณสมบัติของเครื่องพิมพ์

เทคโนโลยี: LPD (Layer Plastic Deposition)
ความละเอียด: 90-290 ไมครอน
ขนาดการพิมพ์: 300 x 300 x 300 มม. (11.8 x 11.8 x 11.8 นิ้ว)
ขนาดหัวพิมพ์: 0.4 มม. (0.016 นิ้ว)
ฐานพิมพ์: แบบรู ทำความร้อนอัตโนมัติ
การเชื่อมต่อ: Wi-Fi, Ethernet, USB
ซอฟต์แวร์: Z-SUITE
นามสกุลไฟล์ที่รองรับ: .stl, .obj, .dxf, .3mf
ระบบปฏิบัติการที่รองรับ: Mac OS X / Windows 7 และเวอร์ชั่นที่ใหม่กว่า
วัสดุที่ช้พิมพ์ได้: Z-ULTRAT, Z-PETG, Z-GLASS, Z-HIPS, Z-ASA Pro, Z-PLA Pro, Z-ESD

พื้นฐานของเครื่องพิมพ์รุ่น M300 Plus พัฒนาคล้ายกับรุ่น M200 Plus ด้วยหัวพิมพ์ที่พัฒนาขึ้นเพื่อรองรับการพิมพ์ด้วยวัสดุยืดหยุ่น ระบบหน้าจอสัมผัสที่ใช้ในการจัดการเครื่องพิมพ์ การโหลดวัสดุ  และการสั่งพิมพ์ การเชื่อมต่อผ่าน Wi-Fi รวมไปถึงระบบตรวจจับเส้นวัสดุที่จะหยุดพิมพ์ชั่วคราวทันทีเมื่อเส้นวัสดุหมด

แน่นอนว่าการอัปเกรดนี้ย่อมต้องพ่วงด้วยราคาที่สูงตาม ซึ่งก็ไล่เลี่ยกับเครื่องพิมพ์รุ่นอื่นที่มีคุณสมบัติใกล้เคียงกัน แต่ข้อดีของ Zortrax M300 Plus คือ ขนาดการพิมพ์ที่ใหญ่ ซอฟต์แวร์ลื่นไหล ตั้งค่าง่าย ใช้งานสะดวก คุณภาพการพิมพ์ดีเยี่ยมเทียบเท่าเครื่องพิมพ์ในอุตสาหกรรม และมีการดูแลหลังการขายที่ดี

คุณสมบัติที่เพิ่มเข้ามาใน Zortrax M300 Plus

  • การเชื่อมต่อผ่าน Wi-Fi และ Ethernet
  • ระบบการทำงานสำหรับการทำฟาร์มเครื่องพิมพ์
  • ระบบตรวจจับเส้นวัสดุ ที่จะหยุดพิมพ์ชั่วคราวทันทีเมื่อเส้นหมด พร้อมยังส่งการแจ้งเตือนไปยังผู้ใช้
  • กล้องภายในเครื่องพิมพ์ ที่ทำให้ผู้ใช้สามารถตรวจสอบการพิมพ์ได้ตลอดเวลาผ่านตัวซอฟต์แวร์
  • หน้าจอระบบสัมผัสแบบ LCD
  • ปรับปรุงแกน x y z รูปทรงของหัวพิมพ์ และพัดลมระบายความร้อน
  • สามารถพิมพ์วัสดุยืดหยุ่นได้
  • สามารถใช้วัสดุพิมพ์ได้หลากหลายมากยิ่งขึ้น รวมไปถึง  Z-ULTRAT

DESIGN

Zortrax M300 Plus โดดเด่นด้วยเครื่องสีดำ ขนาดที่ใหญ่ และฐานพิมพ์แบบรู ที่ช่วยให้ชิ้นงานยึดติดกับฐานพิมพ์ได้มากขึ้น รวมถึงระบบหน้าจอสมผัสระบบ GUI 720×480 ความสว่างสูง พัดลมระบายความร้อนปรับปรุงใหม่ รวมไปถึงหัวพิมพ์ที่ได้รับการออกแบบรูปทรงใหม่ เพื่อป้องกันเส้นวัสดุละลายพันกันบนหัวพิมพ์ อ่านเพิ่มเติม

ใครที่กำลังรอ Zortrax M300 Plus วันนี้เรามาดูรีวิวกัน ของมาส่งพร้อมกันกับ Zortrax Inkspire เลยครับ ใครที่ยังไม่ได้อ่านรีวิว คลิกที่นี่ วันนี้มาถึงคิวของเจ้าตัวใหญ่นี่บ้าง

อย่างที่อธิบายไปข้างบน Zortrax รุ่นนี้มีการปรับปรุงคล้ายกับรุ่น M200 Plus คือมีหน้าจอระบบสัมผัสใหม่ สามารถเชื่อมต่อผ่าน Wi-Fi ได้ ปรับปรุงระบบตรวจจับเส้นวัสดุ เปลี่ยนรูปแบบหัวพิมพ์ และพัดลมระบายความร้อน และที่สำคัญ ตอนนี้เรามี HEPA Cover สำหรับรุ่น M300 และ M300 Plus แล้ว

Unboxing

เมื่อแกะกล่องออกมาเราก็จะพอกับ Side Cover สำหรับตัวเครื่องที่แถมมาให้ เอกสารข้อควรระวังและการติดตั้ง กล่องอุปกรณ์ Starter Kit และปลั๊กเสียบ 2 แบบคือแบบ US และแบบ EU สำหรับในประเทศไทยก็ใช้แบบ US (3 ขา)

กล่อง Starter Kit ที่มีอุปกรณ์ทุกอย่างครบครัน

คราวนี้ก็มาถึงตอนติดตั้งเครื่องกันครับ Zortrax เขาได้รับรางวัลการันตีความง่ายในการติดตั้งอยู่แล้ว เรียกได้ว่าพอเสียบปลั๊กก็แทบจะใช้ได้ทันที แต่ก่อนหน้านั้นก็ต้องใส่อุปกรณ์ให้เรียบร้อยเสียก่อน ซึ่งก็ไม่ได้ยุ่งยากครับ แค่ทำตามขั้นตอนต่อไปนี้

  1. แกะแทป ตัวล็อคแกนพิมพ์ และอุปกรณ์อื่น ๆ ออกจากตัวเครื่อง ด้านในจะมีเส้นพลาสติกที่เขาแถมมาให้ 2 ม้วนพร้อมกับฐานพิมพ์ ระวังอย่าให้หล่นตอนเอาออกนะครับ

หลังจากเอาม้วนวัสดุกับฐานพิมพ์ออกแล้วก็แกะเทปกับตัวยึดออก

  1. จากนั้นมาเช็คตัวน็อตที่ยึดฐานพิมพ์ว่าหลวมไปหรือแน่นไปมั้ย แล้วปรับให้อยู่ในความแน่นที่พอดี ไม่หลวมจนเกินไป สำหรับการปรับระดับฐานพิมพ์ก่อนเริ่มช้งาน

  1. ใส่สายแพร์ที่จะเป็นตัวพาหลอดนำเส้นให้เชื่อมต่อกับหัวพิมพ์และตรวจจับวัสดุ โดยการดึงตัวปิดออกมา เสียบสายเข้าไปให้แน่น จากนั้นก็กดปิดให้เกิดเสียงดังแป๊ก ก็เป็นอันเรียบร้อยครับ

สายแพร์จะอยู่ในกล่องม้วนวัสดุอันแรก

ติดตั้งสายแพร์และหลอดนำเส้น

  1. ติดตั้งฐานพิมพ์ โดยในกล่องที่ใส่ฐานพิมพ์จะมีสายแพร์หนึ่งเส้นที่มีหัวเสียบ 2 ด้าน ด้านหนึ่งเสียบเข้ากับฐานพิมพ์ และอีกด้านให้เสียบเข้ากับตัวเครื่องซึ่งอยู่ทางฝั่งขวามือ ขณะติดตั้งให้เอาสายด้านหนึ่งเสียบที่ฐานพิมพ์ก่อน แล้วเอาสายอีกด้านลอดไปทางด้านหลังก่อนจะเสียบเข้ากับตัวเครื่อง จากนั้นค่อยวางฐานพิมพ์ลงบนแท่นวาง เพราะฐานพิมพ์ค่อนข้างหนัง ตัวรับฐานจะเลื่อนลงมาทำให้เราดึงสายได้ไม่ถนัด ตรงนี้ต้องระวังนะครับ

บนฐานพิมพ์จะมีสติ๊กเกอร์อธิบายว่าเราควรใช้เกรียงแซะชิ้นงานออกจากทางด้านไหน สติ๊กเกอร์นี่ให้ลอกออก แล้วนำไปแปะไว้ที่อื่นได้ครับถ้ากลัวลืม

5. ติดตั้ง Side Cover ที่จะป้องกันอากาศภายนอกจากด้านข้าง และประตูเปิดปิดเครื่องพิมพ์

  1. ติดตั้งแกนแขวนม้วนวัสดุ และเป็นอันเสร็จเรียบร้อย

จากนั้นเราก็สามารถเสียบปลั๊กและเปิดเครื่องได้ทันที แต่ก่อนจะเริ่มพิมพ์ได้เราก็ต้องทำการอัปเดตเฟิร์มแวร์ให้เรียบร้อยก่อน จากนั้นก็ปรับระดับฐานพิมพ์เล็กน้อย หลังจากนั้นก็สามารถโหลดเส้นวัสดุเพื่อเตรียมพิมพ์ได้ทันทีครับ

ปรับระดับฐานพิมพ์อัตโนมัติ

โหลดเส้นวัสดุ

ใครที่ซื้อเครื่องไปแล้วกลัวว่าจะติดตั้งไม่ถูกต้อง ทางเรามีบริการติดตั้งให้ทันทีหลังจากการจัดส่งโดยวิศวกร หรือถ้าใครอยากลองติดตั้งเองเราก็มีเทรนนิ่งให้ฟรีทันทีครับ ไม่ต้องกังวล

ต่อไปเรามาดูตัวอย่างการพิมพ์ครั้งแรกกันดีกว่า เครื่องพิมพ์ 3 มิติ Zortrax M300 Plus เป็นเครื่องพิมพ์รุ่นใหญ่ สามารถพิมพ์ชิ้นงานได้ใหญ่สุด 300x300x300 มม. ซึ่งปกติแล้วการพิมพ์ชิ้นงานขนาดใหญ่จะเสี่ยงงานวาร์ปสูง แต่ทาง Zortrax เขาเคลมว่ามีตัว Side Cover และ HEPA Cover ที่ช่วยควบคุมอุณหภูมิในห้องพิมพ์ ช่วยลดโอกาสเกิดงานวาร์ป ดังนั้นเราจึงจะมาลองกันครับว่าจริงมั้ย

โดยไฟล์ที่เราทดลองพิมพ์คือไฟล์ Roman Colosseum by CausalJoemama7 จาก Thingiverse ใช้เส้นวัสดุ Z-ULTRAT ระยะเวลาการพิมพ์อยู่ที่ 72 ชั่วโมง 45 นาที

นำชิ้นงานออกจากฐานพิมพ์

ชิ้นงานออกมาสวยงาม ละเอียด และเนียน น่าพอใจอยู่ครับ อาจจะมีส่วนที่เป็นรอยจากความร้อนเล็กน้อย แต่นำไปขัดตกแต่งเพียงนิดหน่อยก็ถือว่าใช้ได้แล้วครับ

หลังจากลองใช้พิมพ์โมเดลอื่น ๆ ดู ก็พบว่า Zortrax M300 Plus รุ่นใหม่นี้ ใช้งานได้สะดวกขึ้นมากครับ เพราะมีระบบ Wi-Fi สั่งพิมพ์ได้โดยตรงจากในคอมพิวเตอร์ พิมพ์ได้ลื่นไหล หน้าจอระบบสัมผัสใช้ง่าย ปัญหาที่พบเจอส่วนใหญ่จะเป็นปัจจัยภายนอกซะมากกว่า เช่น เส้นติดเพราะลืมเช็ค อุณหภูมิในเครื่องพิมพ์สูงเกินไปเพราะไม่ได้เปิดพัดลมใน HEPA ฯลฯ ส่วนการใช้งานเครื่องเรียกได้ว่าแทบไม่มีปัญหาเลยครับ

ตอนนี้เครื่องพิมพ์ 3 มิติ Zortrax M300 Plus เตรียมพร้อมจำหน่ายในไทยแล้วครับ ท่านใดที่อยากได้เป็นเจ้าของ หรืออาจจะอยากลองมาแวะชมเครื่องของจริง ก็สามารถติดต่อเรามาได้เลย ปรึกษาเรื่องการใช้งานได้ฟรี ไม่เสียค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้นครับ

Share this Post